หูฟังและดนตรีในชีวิตประจำวันของวัยรุ่น

ในปัจจุบัน หูฟังและดนตรีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของวัยรุ่นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วง

เดินทาง อ่านหนังสือ หรือเวลาพักผ่อน หูฟังก็แทบจะอยู่รอบตัวเราเสมอ อย่างไรก็ตาม คุณทราบหรือไม่ว่า การใช้

หูฟังด้วยระดับเสียงที่ดังเป็นเวลานาน หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดความเสียหาย

ต่อการได้ยินแบบถาวรได้

เมื่อการได้ยินเสียหายแล้ว ปัจจุบันยังไม่มียาหรือการผ่าตัดใดที่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้อย่าง

สมบูรณ์ ดังนั้น “การป้องกัน” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สถานการณ์การสูญเสียการได้ยินในวัยรุ่น

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า มีวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวมากกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก

ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินจากพฤติกรรมการฟังที่ไม่ปลอดภัย งานวิจัยระบุว่า ประมาณ 50% ของ

วัยรุ่น มักฟังเพลงผ่านหูฟังด้วยระดับเสียงที่ดังเกินไป และราว 40% ต้องเผชิญกับเสียงดังในสถานบันเทิงเป็น

ประจำ เช่น คอนเสิร์ต ผับ ไนต์คลับ หรือโรงภาพยนตร์ ซึ่งทั้งหมดนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินอย่าง

มาก

คำแนะนำด้านความปลอดภัยจาก WHO

WHO แนะนำเรื่องความปลอดภัยโดยอ้างอิงจาก ปริมาณเสียงที่หูสามารถรับได้ต่อวัน ดังนี้

• ต่ำกว่า 85 เดซิเบล (dB): ไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง

• 90 เดซิเบล (เช่น ร้านอาหารที่มีเสียงดัง): ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง

• 100 เดซิเบล (เช่น คอนเสิร์ต): ไม่เกินวันละ 15 นาที

• มากกว่า 110 เดซิเบล (เช่น ไนต์คลับ หรือเปิดหูฟังดังสุด): เพียงไม่กี่นาทีก็อาจทำลายการได้ยินได้

กล่าวคือ ยิ่งเสียงดังมากเท่าไร ระยะเวลาที่หูจะทนได้ก็ยิ่งสั้นลง นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนะนำให้วัยรุ่นปฏิบัติ

ตาม กฎ 60-60 คือ เปิดเสียงไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุด และฟังไม่เกินครั้งละ 60 นาที

จะรู้ได้อย่างไรว่าดังเกินไป?

วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ หากคุณใส่หูฟังแล้วคนข้าง ๆ ยังได้ยินเสียงเพลงเล็ดลอดออกมา แสดงว่าเสียงดัง

เกินไป หรือหากคุณอยู่ในที่เสียงดังและต้องเร่งเสียงจนสุดเพื่อให้ได้ยินชัด นั่นหมายความว่าเสียงนั้นเกินระดับที่ปลอดภัยแล้ว

อาการเริ่มต้นของการสูญเสียการได้ยิน

การสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสังเกตได้ยากในระยะแรก อาการ

เตือนที่พบบ่อย ได้แก่

• ในที่เงียบ รู้สึกว่าคนอื่นพูดไม่ชัด

• ในที่มีเสียงรบกวน เช่น ร้านอาหารหรือทางเดินโรงเรียน ฟังบทสนทนาได้ยากขึ้น

• มีเสียงหึ่ง ๆ หรือเสียงดังในหู (หูอื้อ/หูอื้อชั่วคราว)

• ต้องให้ผู้อื่นพูดซ้ำหลายครั้งจึงจะเข้าใจ

หากมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าหูอาจได้รับการกระตุ้นจากเสียงดังมากเกินไป ควรลดการสัมผัสเสียงดังโดยทันที

ผลกระทบของเสียงดัง นอกเหนือจากการได้ยิน

เสียงดังไม่ได้ส่งผลแค่การได้ยินเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของวัยรุ่น ได้แก่• สมาธิลดลง: ส่งผลต่อการเรียนและประสิทธิภาพการทำงาน

• คุณภาพการนอนหลับแย่ลง: หลับยากหรือหลับไม่สนิท

• อารมณ์แปรปรวน: เพิ่มความเครียด ความหงุดหงิด และความวิตกกังวล

• ปัญหาทางสังคม: การได้ยินที่ลดลงอาจทำให้รู้สึกอึดอัดหรือท้อใจในการสื่อสารกับผู้อื่น

วิธีปกป้องการได้ยินของวัยรุ่น

1. ปฏิบัติตามกฎ 60-60: เปิดเสียงไม่เกิน 60% และฟังไม่เกิน 60 นาทีต่อครั้ง

2. ใช้ หูฟังตัดเสียงรบกวน เพื่อลดความจำเป็นในการเปิดเสียงดัง

3. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่เสียงดังเป็นเวลานาน เช่น คอนเสิร์ต ผับ หรือสวนสนุก

4. ใช้ ที่อุดหู เมื่อต้องอยู่ในกิจกรรมที่มีเสียงดัง

5. ให้หูได้พัก หลังจากฟังเสียงเป็นเวลานาน

6. ตรวจการได้ยินเป็นประจำ หากมีอาการหูอื้อหรือได้ยินไม่ชัด ควรรีบพบแพทย์

บทสรุป การสูญเสียการได้ยินไม่เหมือนหวัด ที่จะหายได้เองเมื่อพักผ่อน สำหรับอนาคตของวัยรุ่น การปกป้องการ ได้ยินมีความสำคัญไม่ต่างจากการดูแลสายตา พฤติกรรมการฟังที่ดีไม่เพียงช่วยป้องกันความเสียหายถาวร แต่ยัง ช่วยให้เราได้เพลิดเพลินกับโลกของเสียงที่ชัดเจนและสวยงาม ถึงเพื่อนวัยรุ่นทุกคน: ดนตรีนั้นไพเราะ แต่ต้องฟังอย่างพอดี อย่าให้อารมณ์ชั่วครู่ กลายเป็นความเสียใจตลอดชีวิต เริ่มตั้งแต่ วันนี้ ดูแลหูของคุณให้ดี เท่ากับมอบทางเลือกและโอกาสที่ดีกว่าให้กับอนาคตของตัวเอง

ให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

โทรจองคิวรับบริการที่ 02-115-0568

บริการให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน และการดูแลรักษาช่องหูที่ถูกวิธี ท่านใดสนใจทดสอบการได้ยิน หรือสนใจเครื่องช่วยฟัง สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาที่ Digibionic เราพร้อมบริการทุกสาขา

บทความน่าสนใจ

รู้จักผู้ผลิตเครื่องช่วยฟัง Signia ในบทความเดียว

เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี? เราแนะนำว่าควรลองฟังเครื่องช่วยฟังแบรนด์ระดับโลกอย่าง Signia

Signia Portable Charger for RIC สะดวกพกง่าย ชาร์จเต็มได้ถึง 3 ครั้ง

หากคุณเคยเจอปัญหาแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังหมดกลางวัน หรือกังวลว่าจะต้องหาที่ชาร์จไฟตลอดเวลา

วิธีตรวจเช็คเครื่องช่วยฟัง RIC แบบชาร์จไฟเมื่อไม่มีเสียงสำหรับผู้สูงอายุ

เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จไฟได้ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ง่ายและสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ เช่น Signia Pure C&G AX

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า